Home        About us       News / Events       A-Class Open Tournaments       Golf News       Contact Us      Booking On Line     Golfer Profile
Head Image
>> อุปกรณ์กอล์ฟ

>> จำนวนผู้เข้าชม 2,568 ครั้ง

Wedges system วิธีการเลือกใช้เหล็กสั้น

Wedges system วิธีการเลือกใช้เหล็กสั้น

 

 

Wedges system

วิธีการเลือกใช้เหล็กสั้น

                                                                                                 - โปรปรัศน์  มาลากุล ณ อยุธยา

                                                                                                 - ธันวาคม 2559

            สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ฉบับนี้ส่งท้ายปีกันด้วยเรื่องของWedge เมื่อหลายปีก่อนผู้เขียนเคยบรรยายที่สมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับเรื่องนี้ เห็นว่าเนื้อหาที่เป็นความรู้จึงอยากเอามาทบทวนกัน อ่านพอเป็นความรู้ในการเลือกใช้อย่างเป็นระบบครับ ช่วยให้การเล่น โดยเฉพาะการเลือกเหล็กสั้น เพื่อนำมาใช้ให้เหมาะสมกับการเล่นในรูปแบบต่างๆตลอดจนสภาพสนามที่แตกต่างกันครับ wedge system ฟังดูน่าจะเป็นเรื่องระบบที่ค่อนข้างจะดูวุ่นวายครับแต่มาเรียงลำดับกันไม่ใช่เรื่องยากครับลองมาศึกษากันดูครับ

            ระบบการเลือกใช้เหล็กสั้นหรือที่เราเรียกกันว่า Wedge System สำหรับการเล่นลูกสั้นหรือรอบกรีน(Around the green) ถือว่าเป็นหัวใจของเกมส์การเล่นกอล์ฟ ไม่ว่าจะเป็นนักกอล์ฟในทุกระดับฝีมือ สำหรับนักกอล์ฟที่เล่นลูกสั้นได้ดีแล้ว สิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้การเล่นได้ดีขึ้นอีกคือ การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสถานการณ์  ตลอดจนการฝึกฝนการเล่นเพื่อให้มีความชำนาญในการเล่น ในแต่ละรูปแบบสำหรับวิธีการเล่นลูกสั้นผู้เขียนคงจะไม่ขอนำมาเสนอยังท่านผู้อ่รน  เนื้อหาที่จะนำมาเป็นข้อมูลให้ท่านผู้อ่านได้นำไปศึกษาและเลือกใช้ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ สำหรับการจัดระบบของเหล็กสั้นอย่างง่าย ๆที่ไม่สลับซับซ้อนและสามารถนำไปใช้ได้เลย  ก่อนอื่นท่านจะต้องรู้จักอุปกรณ์ที่ท่านมีและใช้อยู่ ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อยี่ห้อ รุ่น หรือบริษัทผู้ผลิตเท่านั้น ส่วนหนึ่งของการที่ท่านจะเล่นกอล์ฟได้ดีท่านต้องรู้ถึงรายละเอียดและความสามารถของอุปกรณ์ที่ท่านมีอยู่ ในการทำงานหรือช่วยในการเล่นของท่านได้อย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับตัวท่าน นั่นหมายถึงอุปกรณ์ทุกชิ้นที่มีอยู่ในถุงของท่านว่ามีอะไรบ้าง ผมเคยสังเกตนักกอล์ฟหลายต่อหลายท่าน ซึ่งไม่เคยรู้ว่าตัวเองใช้ของอะไร ยี่ห้ออะไร  ขนาดความยาว น้ำหนัก ลักษณะของกริพที่ใช้  สำหรับนักกอล์ฟที่ไม่ใช่ ซีเรียส กอล์ฟเฟอร์ ก็คงไม่น่าที่จะเป็นปัญหาเท่าไรนักนะครับ

             ระบบของเหล็กสั้นหรือ Wedge System ฉบับนี้ขอแนะนำถึงเรื่องขององศาหน้าไม้ (Loft) ที่ต่อเนื่องกันหรือสัมพันธ์กัน สำหรับเหล็กสั้นที่จะนำเข้ามาสู่ระบบนั้นผู้เขียนขอเริ่มต้นที่พิชชิ่งเวดจ์ (Pitching wedge) ก่อนนะครับ ตามความเป็นจริงแล้วเหล็ก 9 นั้นก็ถือว่าเป็นเหล็กสั้นเช่นกันแต่ไม่ขอนำมารวมกับระบบเวจด์ ในอดีตที่ผ่านมา เวจด์จะมีด้วยกัน 3 ชิ้นด้วยกันคือ PW SW, LW ปัจจุบันนี้ ได้มี  AW, G หรือ F ที่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปแต่ละแบรนด์จะผลิตออกมา ไม่ว่าจะเป็น AW, G หรือ F บางยี่ห้อก็อาจจะแสดงออกมาเป็นตัวเลข เช่น 52, 56, 60 องศาให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น เอเวจด์(Gap wedge) หรือแก็ปเวดจ์ (Gap wedge) ต่างก็นำมาใช้ระหว่างพิชชิ่ง กับแซนด์เวจด์ เพราะองศาของ PW SW จะมีช่องว่างขององศาที่แตกต่างกันมากทำให้ระยะขาดหายไปเช่นถ้า PW มีมุมองศาหน้าไม้ (Loft)อยู่ที่  48 องศา SW  โดยทั่วไปแล้วจะมีมุมองศาหน้าไม้(Loft)อยู่ที 56 องศา  จะเห็นได้ว่ามุมองศาที่แตกต่างกันถึง 8 องศา และระยะห่างระหว่าง SW ถึง LW จะต่างกันเพียง 4 องศา(LW มีมุมองศาหน้าไม้(Loft)อยู่ที่  60 องศา) ดังนั้น เอเวจด์(Gap wedge) หรือแก็ปเวดจ์ (Gap wedge) ที่นำเข้ามาแทนช่องว่างระหว่าง PW ถึง SW องศาหน้าไม้ควรจะมีระยะห่างเท่ากับระยะห่างขององศาหน้าไม้ของ SW ถึง LW  คือ 4 องศา ความหมายก็คือจะต้องหา เอ เวจด์(A wedge) หรือแก็ปเวดจ์ (Gap wedge)ที่มีองศาหน้าไม้อยู่ที่ 52 องศา ท่านผู้อ่านสามารถดูได้ตามตารางข้างล่างประกอบคำอธิบายด้วยครับ

 

    PW

     AW/G

      SW

    LW

    46 องศา

       50 องศา

    54-56 องศา

    58-60 องศา

    47 องศา

    51 องศา

      55-56 องศา

    58-60 องศา*

    48 องศา

    52 องศา

      56 องศา

    60 องศา

 

  • สำหรับค่า LW 59 องศา สามารถใช้ 58-60 องศาแทน ได้

ท่านนักกอล์ฟครับก่อนที่จะไปลงในรายละเอียดต่าง ๆอยากให้ท่านได้รู้จักกับส่วนต่าง ๆของ Wedge หรือจะเรียกว่ากายวิภาคของเวจด์ก็ว่าได้ (Wedge Anatomy) ให้ท่านผู้อ่านได้ศึกษาจากภาพประกอบไปด้วยจะทำให้เข้าใจง่ายขึ้นครับ

 
 

 

 

สำหรับในเรื่องของ Wedge ส่วนประกอบที่สำคัญในการเลือกใช้ก็จะเป็นเรื่ององศาหน้าไม้ (Loft), Lie angle Leading Edge, Trailing Edge และที่สำคัญที่สุดก็จะเป็นเรื่องของ การเลือกใช้ Bounce Angle ให้เหมาะสมกับวิธีการเล่นและสภาพของสนามที่แตกต่างกัน สำหรับรายละเอียดและวิธีการเลือก Bounce Angle

มีคำถาม ที่ถามกันมาหลายท่านด้วยกันส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นคนที่รู้จักมักคุ้นกันในแวดวงการกอล์ฟ  ว่าการเลือกใช้ เวดจ์นั้นควรจะเลือกอย่างไรที่จะเหมาะ สมกับสถานการณ์ต่างที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกสภาพของสนาม ความหมายก็คือว่าจะเลือกอย่างไรที่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงหรือเลือกใช้ตามสภาพของสนาม คือมีชุดเดียวเล่นได้กับทุกสภาพสนาม ก่อนอื่นต้องปรับความเข้าใจกันสักนิดหนึ่งครับ การเลือกเล่นเวดจ์หรือการที่จะนำมาใช้ในสภาพสนามต่างๆได้นั้นท่านผู้อ่านต้องเข้าใจถึงการเล่นลูกสั้น ด้วยวิธีการเล่นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นในสภาพใด ท่านจะต้องฝึกฝนถึงการเล่นลูกสั้นด้วยเวดจ์ทุกตัวที่ท่านมีอยู่ กับสภาพต่าง ๆ ด้วยการฝึกซ้อมให้เกิดความชำนาญ ในการเล่นทุกระยะและสภาพของสนาม  สภาพของบังเกอร์ ทรายชนิดต่างๆ เมื่อท่านเกิดความชำนาญในการเล่นพอสมควร ท่านจะสามารถสังเกตได้จากการเล่นว่า ผลออกมาอย่างไร ในแต่ละช๊อต ผลที่ออกมาอย่างไร สมมุติว่าท่านใช้ Sand Wedge ที่มีองศาของ Bounce ในบังเกอร์ทีมีทรายเปียกหรือแน่น แล้วปรากฏว่าลูกที่ออกไปมีการกระดอนที่แรงทำให้ลูกลอยออกไปนอกเป้าหมายหรือธง ท่านอาจจะลดองศา Bounce ลงด้วยวิธีการเปิดหน้าไม้ให้มากขึ้น หรืออาจจะต้องหา Sand Wedge มีมุมองศาที่เหมาะสมกับสภาพของบังเกอร์ นี่ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่ท่านสามารถค้นหาด้วยตัวท่านเอง โดยความเป็นจริงแล้วการเล่นลูกสั้นและการเลือกใช้เวดจ์นั้น จะสามารถเล่นได้ดีขึ้นอยู่กับการฝึกฝน อย่างจริงจังด้วย ผู้เขียนรู้จักนักกอล์ฟหลายท่านด้วยกันมีความสามารถในการเล่นลูกสั้นและการเล่นช๊อตด้วยอุปกรณ์เดิมๆ ซึ่งไม่น่าจะเล่น บางช๊อตที่ยาก แต่กับเล่นได้ดี ซึ่งอันนี้ถือว่าเป็นความสามารถ เฉพาะบุคคลและความขยันในการฝึกซ้อม แต่ปัจจุบันนี้ ได้มีการคิดค้นและนำหลักการทางวิทยาศาสตร์ มาช่วยในการออกแบบ และปรับปรุงอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับสภาพของสนามหรืออุปสรรคทำให้การเล่นง่ายขึ้น การพัฒนาของกีฬากอล์ฟในปัจจุบันได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันสนามยังคงอยู่อย่างเดิม หากมีการเปลี่ยนแปลงตามอุปกรณ์ได้ก็เพียงแค่ทำให้ระยะเพิ่มขึ้นหรือไม่ก็เพิ่มขนาดและจำนวนของอุปสรรคให้มากขึ้นอีก การทำงานของส่วนต่าง ๆของเวจด์นั้นส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือการเลือกใช้มุมองศาของ Bounce ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับ ชนิดของWedge ได้ถูกกำหนดให้ ไว้พอสังเขปตามตารางข้างล่างนี้ท่านนักกอล์ฟสามารถนำไปใช้เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกซื้อหามาใช้ ฉบับที่แล้วผู้เขียนได้เขียนถึงการจัดชุดเวจด์ที่มีองศาหน้าไม้ที่เหมาะสมกัน  เมื่อนำมาใช้ประกอบกับองศาของ Bounce แล้วท่านก็จะได้ระบบเวจด์ที่ช่วยในการเล่นของท่านให้ง่ายขึ้นและสกอร์ลดลงแต่โปรดอย่าลืมว่าไม่มีอุปกรณ์ชนิดไหนที่จะสามารถช่วยท่านเล่นได้ดี นอกจากท่านจะต้องมีความตั้งใจจริงในการฝึกซ้อม และเรียนรู้จากโปร ผู้สอนเพื่อแนะนำท่านในการเล่น และเทคนิคในการเล่นต่าง ๆ  อย่างไรก็ตามหากท่านมีอาวุธ หรือชุดเวจด์ที่ดีและเหมาะสมก็จะทำให้การเล่นของท่านง่ายขึ้นอีกครับ

 

วิธีการเลือกใช้ชุดเหล็กสั้นให้เหมาะสมและได้ผลอย่างไร

        ระบบของการเลือกเล่นเหล็กสั้น หรือ(Wedge System) ในการเลือกใช้ เหล็กสั้นหรือที่เราเรียกว่า Wedge นั้นนอกจากนักกอล์ฟอาชีแล้วหลายท่านให้ความสนใจและใส่ใจมากเป็นกรณีพิเศษ นักกอล์ฟอาชีพได้ให้ความสนใจในการเลือกใช้ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และการเล่น พื้นฐานความเข้าใจในรูปลักษณะของชุดเหล็กสั้นหรือที่เราเรียกกันว่าระบบเวดจ์ (Wedge System)ไม่ว่าจะเป็นลักษณะขององศาหน้าไม้ (Loft) ไลน์เองเกิล (Lie Angle)   เบาวส์ (Bounce) ร่องหน้าไม้ (Groove) โซล (Sole) ลักษณะของ ลีดดิ่งเอจด์ (Leading edge) ก่อนอื่นต้องขออธิบายด้วยภาพว่า ตรงไหน เรียกว่าอะไรก่อนนะครับสำหรับท่านที่ยังไม่รู้จักส่วนต่าง ๆ ที่เป็นส่วนประกอบของใบเหล็กที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นต้องขอให้ท่านผู้อ่านดูภาพประกอบไปด้วยนะครับ

ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงตำแหน่ง  Lie Angle

   


ภาพ

Lie Angle คือมุมองศาที่เกิดขึ้นในตำแหน่งไม้กอล์ฟกระทบลูก ณ. จุดกระทบ (Impact Zone) ทำให้เกิดมุมขึ้นระหว่าง เส้นที่ลากผ่านกึ่งกลางของ Hosel (Center line of the Hosel) กระทบกับเส้นที่ลากผ่านพื้นผิวส่วนล่าง (Sole) ของไม้กอล์ฟ

Hosel คือส่วนที่ยื่นออกจากใบเหล็กออกไปมีลักษณะกลวงหรือเป็นวงกลมสำหรับใส่ก้าน (Shaft) หรือที่เราเรียกกันว่าคอนะครับ ลักษณะของ Hosel มีด้วยกัน 5 ลักษณะด้วยกันเอาไว้โอกาสหน้านะครับผมจะนำมาให้ท่านผู้อ่านด้วยว่าความแตกต่างของ Hosel มีผลอย่างไรกับการเล่นกอล์ฟ


Loft คือ มุมองศาของหน้าไม้ ในอุปกรณ์กอล์ฟแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
   

1. Woods Loft คือมุมองศาของหน้าไม้ที่เกิดจากมุมของหน้าไม้ทำมุมกับมุมที่ตัดกันระหว่างแนวดิ่ง (Vertical line) กับมุมในแนวราบ (Horizontal line) ทำให้เกิดมุม ระหว่างส่วนล่างด้านหน้าของผิวหน้าของหน้าไม้กับเส้นตั้งฉาก

2. Irons Loft คือมุมองศาที่เกิดขึ้นจากเส้นที่ตั้งฉากโดยผ่านจุดกึ่งกลางของ Hosel มาตัดกันกับแนวราบโดยทำมุม 90 องศา ดังนั้น Iron Loft เกิดจากหน้าเหล็กที่มีมุมเกิดขึ้นระหว่างเส้นตั้งฉากกับเส้นที่ลากผ่านส่วนล่าง (Ground line) ของไม้กอล์ฟ (Sole) 

 


Bounce คือมุมองศาที่เกิดขึ้นจากส่วนหน้าของใบเหล็กกับพื้น ให้ดูภาพประกอบด้วยนะครับ มุมBounce ทำให้เกิดการกระดอนจากการกระทบกับพื้นก่อนถึงรูป ในการเลือกใช้เหล็กสั้น หรือ Wedge นักกอล์ฟควรให้ความสำคัญในการเลือกใช้ Bounce ที่เหมาะสมกับการเล่นและสภาพของสนาม นักกอล์ฟอาชีพจะเลือกใช้ Bounce ตามสภาพของสนาม และสภาพอากาศ


  

 

 
   

 


Sole คือพื้นผิวส่วนล่างของเหล็กหรือหัวไม้ที่มีขนาดความกว้างที่แตกต่างกันในแต่ละเบอร์การออกแบบขนาดของ Sole การออกแบบให้มีขนาดความกว้างและแคบของ Sole ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิตที่จะออกแบบให้เหมาะสมกับเหล็กแต่ละอัน

 
 

 

Sole ของเหล็กปัจจุบันนี้มีอยู่ 2 ประเภทคือ

Flat Sole คือ Sole ที่มีพื้นเป็นแนวราบตรง โดยไม่มีความโค้งหรือรัศมีตั้งแต่ ส่วน Toe ถึง Heel

Camber Sole คือ Sole ที่มีพื้นเป็นแนวเส้นโค้งมีความโค้งหรือรัศมีตั้งแต่ ส่วน Toe ถึง Heel

 

 Leading edge ท่านผู้อ่านครับ Leading Edge คือมุมส่วนหน้าของหน้าไม้กับส่วนล่างสุดที่จะนำเหล็กหรือ Wedge ขอท่านเข้าหาลูก เมื่อเกิดมุมที่นำเข้าหาลูกที่เราเรียกว่า leading edge   ก็จะเกิดมุมด้านหลังของใบเหล็กหรือที่เรียกกันว่า Trailing Edge เอาไว้โอกาสหน้าจะนำเรื่องของ Trailing Edge มาขยายความต่อนะครับ หากจะศึกษาเรื่องของอุปกรณ์กอล์ฟแล้วนะครับค่อนข้างที่จะใช้เวลาพอสมควรถามว่ายากไหม ไม่ยากครับแต่อยากจะให้ท่านผู้อ่านได้ทราบว่าส่วนประกอบเหล่านี้มีผลต่อการเล่นอย่างไร สำหรับท่านที่ต้องการที่จะศึกษาอย่างจริงจังสำหรับนำไปใช้ในการออกแบบหรือดัดแปลงซ่อมแซม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้งครับ สำหรับท่านนักกอล์ฟเพื่อให้การเล่นลูกสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและผลที่ดีท่านต้องเข้าใจในการทำงานของชุด Wedgeที่อยู่ในถุงว่าควรจะเลือกใช้ในสถานการไหนและส่วนประกอบที่กล่าวมามีผลต่อการเล่นอย่างไร ควรเลือกใช้ในสถานการณ์ไหนหากมีโอกาสจะขอนำมาขยายความต่อเพื่อให้ท่านสามารถเลือกใช้ได้อย่างถูกต้องครับ

 

 Standard Specification Ranges for Wedges

Wedge   Type

Loft Range

Lie Range

Length Range

Bounce

Range

Swingweight Range

Pitching Wedge

46-52 Degrees

63-65

Degrees

34.5-36

inch

0-7

Degrees

D2 toD-6

A

Wedge

52-54 Degrees

63-65

Degrees

34.5-36

inch

4-11

Degrees

D5 toD-7

Sand  Wedge

54-58

Degrees

63-65

Degrees

34.5-36

inch

7-20

Degrees

D6 toE-0

Loft Wedge

58-62

Degrees

63-65

Degrees

34.5-36

inch

0-4

Degrees

D2 toD-4

 
   

 

 

 

 

21/06/2017

 

 
 
 
ติดต่อเรา
wichitttt
-
 
A-CLASS SPORT CO.,LTD.
52/91 ซอยกรุงเทพกรีฑา 15 แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ 10250
Mobile. 089-123-1271 , 089-892-4715
Email. aclassgolf@gmail.com,
Website Golf, AClassGolf, Golf Organizer, Golf, กอล์ฟเยาวชน ,
การแข่งขันกอล์ฟ, แข่งกอล์ฟเยาวชน, กีฬากอล์ฟ
สถิติผู้เข้าเยี่ยมชมเวบ         | Copyright ©2016 - All Rights | www.aclassgolf.com